ประสบการณ์ที่จะไม่ขอให้เกิดกับผมตัวเองอีกเลย

Last updated: Dec 10, 2016  |  880 จำนวนผู้เข้าชม  |  ความรู้เส้นผม

ประสบการณ์ที่จะไม่ขอให้เกิดกับผมตัวเองอีกเลย

ประสบการณ์ที่จะไม่ขอให้เกิดกับผมตัวเองอีกเลย (จากประสบการณ์จริงของ ภญ. ชุลีรัตน์ ใจยอดศิลป์)

     เมื่อเร็วๆนี้ ดิฉันมีความจำเป็นที่จำต้องถ่ายภาพเพื่อใช้ในการทำตลาด และได้รับการคะยั้นคะยอให้แต่งหน้า เพราะมิฉะนั้นภาพจะดูซีดไม่น่าดู ดิฉันก็จึงจำยอม โดยบอกว่าทำแต่หน้านะ ผมก็โอเคอยู่แล้ว เมื่อทำเสร็จช่างบอกว่าทำผมอีกนิดนะ จะได้ดูพองๆ “มันก็ดีอยู่แล้วนะ” ดิฉันตอบ “แต่ถ้าจะให้รับกับใบหน้า ก็ทำให้มันกางๆออกมาซะหน่อยก็จะดีนะคะ” ช่างเสนอ ด้วยความที่อยากมีภาพสวยเหมือนชาวบ้านเขามั่ง ก็เลยไม่ปฏิเสธ ว่าแล้วช่างก็หยิบขวดพลาสติกที่บรรจุเครื่องแต่งผมมา “อันนี้ไม่ใช่สเปรย์ที่ทำลายผมแบบเมื่อก่อนนะคะ ไม่อันตรายเลยค่ะ มันเป็นผง แต่งผมให้อยู่ทรง โดยไม่ต้องยีผมเหมือนสมัยก่อน พอกลับบ้านล้างออกก็กลับสู่สภาพปกติ” ว่าแล้วช่างก็เปิดขวด เทผงสีเทาๆใส่บนเส้นผม แล้วทำการจับให้ผมอยู่ในสภาพที่ช่างอยากให้เป็น เมื่อทำเสร็จ ผมก็ดูเหมือนจะพองกว่าเดิมเล็กน้อย เพราะอย่างน้อยก็มีเม็ดผงบางอย่างเข้าไปแทรกระหว่างเส้นผมให้กินเนื้อที่มากขึ้น และผมอยู่ทรงตามที่ช่างเขาจัดให้ แต่ก็ไม่ได้พองแตกต่างจากผมธรรมชาติมากนัก เพราะผมของดิฉันเป็นผมมีน้ำหนัก จับให้มันพองได้สักสิบนาที มันก็ทิ้งตัวลงอีก แต่สิ่งที่แตกต่างจากเดิมชัดคือ ผมด้านไปทันตาเห็น หมดความมันวาวและสปริง ที่ดิฉันเคยภาคภูมิใจกับมันมา 56 ปี แถมสีผมที่เคยดำขลับกลับเป็นสีเทาตุ่นๆขุ่นๆหมองๆ แต่ก็ฝืนยิ้มถ่ายรูปสวยไปจนเสร็จในวันนั้น เมื่อถ่ายภาพชุดแรกเสร็จ ทีมงานก็ขอให้ดึงขนตาพลาสติกออกเพื่อถ่ายภาพใหม่ชุดใหม่ ทำให้ได้ภาพที่ใกล้เคียงความเป็นจริง และเป็นตัวตนของดิฉันมากขึ้น (แม้สภาพผมจะไม่ใช่เสียแล้ว)

     หลังจากงานถ่ายภาพจบ สิ่งแรกที่ดิฉันทำคือ รีบเช็ดล้างสิ่งที่พอกบนหน้าและตาออก เฮ้อ! รู้สึกผิวค่อยหายใจได้หน่อย จากนั้นจึงไปทานข้าวกัน เมื่อเสร็จงานจึงกลับบ้าน รีบสระผมในค่ำวันนั้น แม้ปกติเราจะแนะนำ ไม่ให้สระผมตอนค่ำ เพื่อสุขภาพผมและหนังศีรษะที่ดีก็ตาม

     ดิฉันเริ่มล้างด้วยน้ำตามปกติ แต่สิ่งที่พบกับสภาพผมนั้นไม่ปกติ คือ ผมสาก และเหนียวติดกันแม้จะล้างน้ำหมดไป 1 ถัง ช่วงแรกล้างด้วยน้ำอุ่นค่อนข้างร้อน เพราะตามหลักฟิสิกส์ น้ำร้อนจะช่วยการละลายได้ดีกว่า แต่ก็ไม่ใช่ จึงนึกขึ้นได้ว่า ถ้าหากมันมีสารบางอย่างที่เปลี่ยนสภาพเป็นเหนียวขึ้นเมื่อถูกความร้อนก็จะยิ่งล้างออกยาก จึงเปลี่ยนเป็นน้ำอุณหภูมิปกติ แต่ก็ไม่ได้ผล จึงเทแชมพูส้มป่อยพลัส ซึ่งเป็นแชมพูที่ถือว่าชะล้างสิ่งสกปรกได้ดีมากที่สุด ผลปรากฏว่า เหมือนไม่ได้ใส่แชมพูเลย ทั้งๆที่ปกติใส่แชมพูนี้ก็มีความลื่นและขจัดสิ่งสกปรกได้ดี แต่ครั้งนี้ดูเหมือนปริมาณแชมพูน้อยไปถนัด ดิฉันจึงเทแชมพูเพิ่มอีกประมาณ 5 เท่า ของที่เคยใช้ปกติแล้วล้างออกก็ไม่ได้ผล เลยลองสระดูอีกรอบก็ไม่ได้ผลอีก จึงเกิดความคิดที่ว่า ที่ผมสากๆคงเกิดจากเม็ดทรายไปเกาะกับเกล็ดผมจึงทำให้ฝืด จึงคว้าแชมพูที่ทำจากเมือกสมุนไพรมาใส่แทน สระ 2 ครั้ง ก็ดีขึ้นกว่าแชมพูส้มป่อยพลัส เนื่องจากเมือกของสมุนไพรในแชมพูคงไปช่วยหล่อลื่นให้เม็ดทรายที่เกาะกับเกล็ดผมหลุดออกมาได้บ้าง เมื่อล้างออกผมก็ยังดูหยาบ ไม่นุ่มลื่นเหมือนเดิม ทำไงดี สระรวมแล้วก็ 4 ครั้ง ขืนใช้แชมพูต่อไปอีก ไขมันคงหมดศีรษะแน่ แม้จะเป็นสารชะล้างอย่างอ่อนโยนก็เถอะ ด้วยความที่เป็นคนมีผมสุขภาพดีอยู่แล้ว จึงไม่เคยสนใจใช้ครีมนวดผม ฉะนั้นในห้องน้ำจึงไม่มีครีมนวดผมเลย ทีนี้ทำไงดี มองไปที่ชั้นวางของใช้ เห็นน้ำสมุนไพรที่ใช้คู่กับสมุนไพรย้อมผม เหลืออยู่ครึ่งขวด จึงนำมาใช้แทนครีมนวดผม เพราะมันช่วยให้ผมคืนสภาพสปริงได้อย่างดีทีเดียวชโลมทั่วศีรษะจนหมดเกลี้ยง แล้วล้างออกด้วยความกระหยิ่มว่า คราวนี้ผมคงโอเค กลับมาดีแน่ แต่พอผมแห้ง “โอย! ชีวิตฉัน ผมที่ฉันภูมิใจนักหนา หมดกันคราวนี้ กว่าจะรอให้กลับมาเหมือนเดิมคงอีก 1 ปีเต็มๆ” เพราะมันยังสากและกระด้าง ไม่มีสปริงดังเดิม ผมคือโปรตีน เหมือนไข่ดิบที่ต้มแข็งแล้ว ไม่อาจกลับคืนสภาพเดิมได้ (denatured) จึงตั้งปณิธานกับตัวเองว่า ต่อไปนี้จะไม่ใจอ่อน เชื่อคำชักชวนและอยากสวยแบบฉาบฉวยอีกต่อไปในชีวิตนี้ ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่จะยอมให้ช่างทำผมเอาสารเคมีมาใส่ผมตัวเอง และแล้วก็คิดต่อถึงคนอื่นๆ เพื่อนๆที่รักสุขภาพผม ว่าไม่อยากให้ใครต้องเสียสภาพธรรมชาติของผมอย่างที่ตนเองเจอมา จึงอยากมาเล่าสู่กันเพื่อจะได้ไม่ต้องเสียใจอย่างที่ดิฉันเป็น

     ในวันนั้น ดิฉันใช้เวลาถ่ายภาพไม่กี่นาที แต่เสียเวลาไปกับการแต่งหน้า ล้างหน้า สระผม ใส่ผลิตภัณฑ์แก้ไขปัญหาผมเสีย นานเป็นเวลาหลายๆชั่วโมง และยังเสียใจ (เจ็บใจตัวเอง) ที่ต้องเสียสภาพผมไปตลอดจนกว่าจะตัดส่วนเสียนั้นทิ้งไป

     ผงจัดทรงผมที่ว่านี้ มีส่วนประกอบของ Silica Silylate เป็นสารที่ใช้เพิ่มความข้น มีหน้าที่เพิ่มความฝืดของผม ดูดซับความชื้นและไขมัน จึงทำให้ผมดูฟู มีปริมาณมากขึ้น และส่วนประกอบหลักอีกตัวคือ Octylacrylamide/Acrylates/Butylaminoethyl Methacrylate Copolymer เป็นสารเคมีที่มีโครงสร้างต่อกันยาวมาก ซึ่งจากการค้นข้อมูล ไม่มีผู้ขายรายใดแจ้งถึงการย่อยสลายของมันในธรรมชาติเลย แต่ดูจากโครงสร้างทางเคมีแล้ว น่าจะย่อยสลายยากมาก เพราะชื่อก็บอกอยู่ว่าเป็นโพลีเมอร์ สารนี้เขาใส่เพื่อให้ผมยึดเกาะติดกัน หรืออยู่ทรง

     เมื่อทราบถึงส่วนประกอบหลักทั้งสองตัว ดิฉันไม่แปลกใจเลยว่าทำไมมันจึงทำให้ผมของดิฉันแข็ง แห้ง หยาบ กระด้าง ด้าน ขาดสปริง หมดเสน่ห์ที่ธรรมชาติให้มา

     เมื่อเจอประสบการณ์อย่างวันนั้น จึงทำให้มานั่งคิดว่า เราจะช่วยเพื่อนๆที่รักธรรมชาติได้อย่างไรบ้างในการที่จะทำให้ผมอยู่ทรง เมื่อลองพิจารณาดู ที่จริงเราก็มีผลิตภัณฑ์เจลเซ็ทผมให้แข็งที่ทำจากเมือกของสมุนไพรอยู่แล้ว ซึ่งมีฤทธิ์ทำให้ผมแข็งตั้ง ให้อยู่ทรงอยู่ได้ เพียงแต่ห้ามใช้กับไดร์เป่าผมลมร้อน เพราะมันเป็นสมุนไพรสด ที่เจอความร้อนแล้วโมเลกุลที่ทำหน้าที่เป็นตาข่ายจะสลายยุบได้ และหากต้องการให้ผมดูเยอะก็ใส่ให้มากทั่วๆ พอแห้งแล้วสางด้วยหวีที่ถี่ๆ มันก็จะเพิ่มปริมาณพื้นที่ของผม คล้าย Silica Sylilate ในผงจัดเซททรงผมนั้นเองแต่มีความเป็นธรรมชาติ ไม่ทำลายเส้นผมและสามารถย่อยสายได้ไม่ตกค้างอีกด้วย

Powered by MakeWebEasy.com