เกี่ยวกับเรา

 


ประวัติผู้ก่อตั้ง

     ภญ.ชุลีรัตน์ ใจยอดศิลป์ เกิดและเติบโตในจังหวัดพะเยา ซึ่งในสมัยนั้นมีการรักษาอาการเจ็บป่วยเบื้องต้นด้วยสมุนไพร เช่น ในตอนที่มีอาการปวดท้องอย่างมากคุณพ่อได้ใช้หัวไพลที่วางอยู่ในตู้ยาสามัญประจำบ้านมาฝนกับหินผสมน้ำให้ดื่ม แล้วอาการเจ็บปวดได้บรรเทาลงอย่างน่าทึ่ง ทำให้เกิดความประทับใจ เชื่อมั่น ศรัทธา และเห็นคุณค่าของสมุนไพร จึงตั้งเป้าหมายชีวิตว่าจะเข้าศึกษาในสาขาวิชาที่สามารถนำสมุนไพรมาใช้ให้เกิดประโยชน์ และมุ่งมั่นเข้าเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายในโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาเพื่อเตรียมตัวเข้าศึกษาต่อในคณะเภสัชศาสตร์ ต่อมาในปี พ.ศ. 2518 จึงได้เลือกเข้าเรียนคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยไม่ได้เลือกเรียนคณะแพทยศาสตร์ตามค่านิยมของเพื่อนร่วมชั้นเรียน เมื่อเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยก็ถามตัวเองว่าจะศึกษายาอะไรเป็นพิเศษ จึงมองเห็นว่าชาวตะวันตกผู้เป็นต้นแบบให้เราได้ศึกษาความรู้การพัฒนาสมุนไพรจนมาเป็นยาแผนปัจจุบันซึ่งสามารถผลิตยาสู่ทั่วโลกได้หลายขนาน แต่ก็ยังไม่สามารถผลิตยาแก้ศีรษะล้านได้ จึงเกิดแรงบันดาลใจและมุ่งมั่นว่าจะต้องผลิตผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรที่สามารถช่วยแก้ปัญหาศีรษะล้าน ให้เป็นที่ประจักษ์แก่คนทั่วโลก จึงมุ่งศึกษาเก็บข้อมูลสมุนไพรที่มีฤทธิ์บำรุงผม เก็บเกี่ยวความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับสมุนไพรจากอาจารย์ให้มากที่สุด เช่น ในระหว่างปิดภาคเรียนได้อาสาเป็นผู้ช่วยอาจารย์ที่ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ ในการดูแลพืชพันธุ์ต่างๆ ขอติดตามอาจารย์และรุ่นพี่ภาควิชาเภสัชเวท คณะเภสัชศาสตร์ ไปศึกษาสมุนไพรในป่า และขอเข้าไปสังเกตการณ์การสกัดสมุนไพรในห้องปฏิบัติการภาควิชาเภสัชเวท ต่อมาในปีการศึกษาที่ 5 ได้เลือกสาขาวิชาเภสัชกรรมเครื่องสำอางเป็นสาขาเฉพาะ โดยมุ่งหวังว่าจะสามารถนำความรู้ไปใช้ในการผลิตเครื่องสำอางที่ช่วยทำให้ผมขึ้นได้

     ปี พ.ศ. 2523 จบการศึกษาจากคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (เกียรตินิยม) เข้ารับราชการในโรงพยาบาลชุมชน อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา และในกรมควบคุมโรคติดต่อกระทรวงสาธารณสุขรวม 4 ปี
     ปี พ.ศ. 2527 ลาศึกษาต่อปริญญาโท คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จบการศึกษา ปี 2530 และเข้ารับราชการต่อในกระทรวงสาธารณสุขจนถึง         
     ปี พ.ศ. 2532 ได้ลาออกจากราชการ จึงได้มีโอกาสทุ่มเทให้กับงานวิจัยและพัฒนาสมุนไพรอย่างจริงจัง โดยศึกษาสมุนไพรที่มีผลต่อผมจากทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงตำรับยาปลูกผมจากประเทศจีน ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในเวลานั้น และพบว่าทำให้ผมขึ้นจริง แต่ผมที่ขึ้นมาขนาดเส้นไม่หนาและมีสีจาง จึงหันมาให้ความสำคัญกับตำรับไทยโบราณและวิจัยจนได้ตำรับที่ดีที่สุดในการเพิ่มจำนวนเส้นผมที่แข็งแรงไม่หลุดร่วงง่ายแม้เมื่อหยุดใช้และยังเพิ่มสีผมให้เข้มขึ้น ต่อมาในปี พ.ศ. 2541 จึงได้เริ่มผลิตโลชั่นบำรุงผมแก้ปัญหาผมร่วงและศีรษะบางและนำออกจำหน่ายในงานแพทย์แผนไทยเป็นครั้งแรก

ปัจจุบัน เป็นผู้ควบคุมการวิจัย ผลิต ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยเพื่อสุขภาพผมและ ยี่ห้อ จีวา รีไวต้า ชุลีวันเดวี (ยี่ห้อที่ใช้ส่งออกต่างประเทศ) และ เกศเกสร 

 

 

 

ประวัติองค์กร

ภญ.ชุลีรัตน์ ใจยอดศิลป์ ได้วางแนวทางให้มีผู้สืบทอดเจตนารมณ์ โดยมี ภก.กิตติเชษฐ์ ลิ้มวิไลรัตนา (บุตรคนโต) รวมทั้งทีมงานและพนักงานที่มีอุดมการณ์เดียวกัน เพื่อให้มั่นใจว่าองค์ความรู้อันทรงคุณค่านี้จะได้สร้างประโยชน์แก่สังคมต่อไป

     ในปี พ.ศ. 2541 จึงได้เริ่มผลิตผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยเพื่อสุขภาพผม ได้จดสิทธิบัตรและทะเบียนการค้าผลิตภัณฑ์ ในปี 2542
     ในปี พ.ศ. 2546 ได้เปิดศูนย์วิจัยและดูแลสุขภาพผมจีวาภายใต้การดำเนินธุรกิจของห้างหุ้นส่วนจำกัด ช เนเจอร์ ด้วยทุนจดทะเบียน 0.9 ล้านบาท เพื่อบริการตรวจ ให้คำปรึกษา วัดผลและบริการด้วยผลิตภัณฑ์สมุนไพรกับผู้บริโภคโดยตรงโดยทีมนักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพผม และนำผลวิจัยมาพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคให้ครอบคลุมทุกปัญหาผม และในปี 2552 ได้ขยายกิจการเป็นบริษัทจำกัด ช เนเจอร์ เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 4 ล้านบาท จนปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ โดยยึดหลักว่า ผลิตภัณฑ์ต้องมีคุณภาพและปลอดภัย ไม่ทิ้งสารตกค้างเมื่อใช้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว และให้ประสิทธิผลในการดูแลสุขภาพผม ช่วยแก้ปัญหาผมร่วง ผมบาง ผมหงอก อาการคันหนังศีรษะ และรังแคได้จริง โดยมีผลการวิจัยยืนยันจากสถาบันที่เชื่อถือได้
     ปี พ.ศ. 2558 ได้ขยายสถานที่ผลิต จากเดิมชื่อคณะบุคคลณัฐิพลกรุ๊ป เป็น โรงงานมาตรฐาน ร.ง.4 และเปลี่ยนชื่อเป็น ปราณิสา ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานวิธีการผลิตที่ดี (GMP) เพื่อเพิ่มมาตรฐานและกำลังการผลิต เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่รักสุขภาพผมทั่วโลกที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น

Powered by MakeWebEasy.com